
Nattapong Srisai
1
21 ก.ค. 2026
ดีลใหญ่สะเทือนตลาดซื้อขายซัมเมอร์เกิดขึ้นเมื่อเชลซีบรรลุข้อตกลงคว้าตัว มอร์แกน โรเจอร์ส จากแอสตัน วิลล่า ด้วยมูลค่ารวมสูงถึง 117 ล้านปอนด์ ส่งผลให้ดาวเตะทีมชาติอังกฤษวัย 23 ปี กลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงเวลานี้ และยังเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าสิงห์บลูส์พร้อมทุ่มเต็มที่เพื่อสร้างทีมยุคใหม่กลับสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง
ก่อนหน้านี้อาร์เซน่อลถูกมองว่าเป็นตัวเต็งที่จะได้ลายเซ็นของโรเจอร์ส แต่เชลซีกลับเดินเกมได้รวดเร็วและปิดดีลได้อย่างเหนือความคาดหมาย โดยช่วง 48 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนทุกอย่างลงตัวถือเป็นจังหวะสำคัญที่หลายสโมสรชั้นนำในยุโรปพยายามโน้มน้าวให้นักเตะเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดสำหรับอนาคต ขณะที่แอสตัน วิลล่าเองก็ไม่ต้องการเสียกำลังหลัก แต่ข้อเสนอมหาศาลจากลอนดอนทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปทันที นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ชาบี อลอนโซ่ พยายามพูดคุยกับนักเตะโดยตรง และมิเกล อาร์เตต้าก็อธิบายโปรเจกต์ระยะยาวของอาร์เซน่อลเช่นกัน แม้กระนั้น “ปืนใหญ่” ประเมินมูลค่าไว้ต่ำกว่าความต้องการของวิลล่า และไม่พร้อมทุ่มในระดับเดียวกับเชลซี
อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยผลักดันดีลนี้คือแรงสนับสนุนจากคนในทีมเชลซี โดยเฉพาะ รีซ เจมส์ ที่มีโอกาสพูดคุยกับโรเจอร์สระหว่างเก็บตัวทีมชาติอังกฤษ รวมถึง โคล พาลเมอร์ ที่ส่งข้อความชักชวนโดยตรง สะท้อนให้เห็นว่าทั้งโปรเจกต์ระยะยาวของสโมสรและการมีนักเตะทีมชาติอังกฤษหลายคนอยู่ในทีม มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจ หากตัวเลข 117 ล้านปอนด์ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ โรเจอร์สจะกลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์เชลซี แซงหน้า มอยเซส ไกเซโด้ และยังจะขึ้นแท่นเป็นนักเตะอังกฤษค่าตัวแพงที่สุดตลอดกาลด้วย อย่างไรก็ตาม สถิติค่าตัวแพงสุดของพรีเมียร์ลีกยังเป็นของ อเล็กซานเดอร์ อีซัค ทำให้การย้ายทีมครั้งนี้จะอยู่ในอันดับรองลงมา ขณะที่เชลซีได้ไปต่อในแผนสร้างทีม ส่วนอาร์เซน่อลต้องหันไปหาเป้าหมายใหม่ทันที คำถามต่อไปคือ โรเจอร์สจะรับมือกับแรงกดดันมหาศาลจากค่าตัวระดับนี้และก้าวขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์คนใหม่ของพรีเมียร์ลีกได้หรือไม่